홍진주성형외과

YouTubeblogfacebook  
  • 홈으로
  • ศัลยกรรมริ้วรอย
  • การยกกระชับหน้าด้วยการกรีด
  • การยกกระชับหน้าหลายชั้น
[ ยกกระชับใบหน้าโดยการกรีด ]
Multiplane Facelift ศัลยกรรมยกกระชับหน้าแบบหลายชั้น
เพื่อการลดความหย่อนและกำจัดริ้วรอย โรงพยาบาลศัลยกรรมเจเจจึงขอแนะนำการยกกระชับหน้าที่ไม่ใช่แค่ดึงชั้นผิวหนังเท่านั้น แต่เป็นการดึงไปจนถึงชั้น SMAS โดยการทำศัลยกรรมยกกระชับหน้าแบบหลายชั้น (Multiplane facelift) ไม่ใช่การยกกระชับที่ยกแค่ชั้นผิวหนังเท่านั้น แต่จะเป็นการยกกระชับที่ลึกไปถึงชั้นเนื้อเยื่อข้างใน เป็นการกำจัดผิวส่วนที่หย่อนคล้อยออกทำให้สามารถได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่สมบูรณ์ โดยหัวข้อเรื่องการศัลยกรรมยกกระชับหน้าหลายชั้นของคนเอเชีย ” Multiplane facelift with subperiosteal dissection for Orientals” ได้ถูกตีพิมพ์ที่วารสารศัลยกรรมตกแต่งของอเมริกาในปี 1999 ซึ่งเป็นบทความที่เป็นที่ยอมรับให้นำไปใช้ในทางวิชาการด้วย และถึงแม้จะเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างใช้เวลานาน เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาแน่นอนและสมบูรณ์ จะเป็นการวางยาสลบในการผ่าตัด ซึ่งวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ดูแลตลอดการผ่าตัด ชนิดของยาสลบจะเป็นชนิดตื้นสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้ หลังจากผ่าตัด 3-4วันสามารถเอาผ้าพันแผลออกได้ หลังผ่าตัดวันที่7 จะตัดไหมทุกส่วน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
เวลาผ่าตัด
ประมาณ 3 ชั่วโมงเวลา
เอาผ้าออก
วันที่ 4
ตัดไหม
หลังการผ่าตัดวันที่ 7
หลังผ่าตัด 7 วัน
สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้




※ ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเช่น อาการเลือดคลั่ง การติดเชื้อ การอักเสบ หรือภาวะอื่นๆ สามารถเกิดขึ้นได้โดยแตกต่างไปแต่ละบุคคล อีกทั้งผลลัพธ์การผ่าตัดก็จะแตกต่างไปแต่ละบุคคลด้วย

"JJ Multiplane facelift"

  1. ในปี 1999 หัวข้อเรื่องการยกกระชับหน้าหลายชั้นได้ถูกตีพิมพ์ในวารสารศัลยกรรมตกแต่งของอเมริกา ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ
    Plastic and Reconstructive Surgery (SCI indexed formal journal of American Soceity of Plastic Surgeon) 1999 July 104(1):237-44


  2. ให้สัมภาษณ์กับ Holly Williams ผู้สื่อข่าวพิเศษของ CBS News ของอเมริกา เกี่ยวกับเทรนการศัลยกรรมของเกาหลีและการทำศัลยกรรมของผู้ชาย

  3. เทคโนโลยี 3D ซิมูเลชั่น ที่สามารถแสดงการจำลองของผลลัพธ์หลังผ่าตัดได้มากถึง 1 มม. เครื่องแสกนใบหน้า 3D

    เป็นเทคโนโลยีฉายแสงเลเซอร์แบบสามมิติเข้าไปที่ใบหน้า ซึ่งจะไม่ส่งผลอันตรายใดๆ เป็นเทคนิคที่จะช่วยวินิจฉัยใบหน้าก่อนการผ่าตัดไม่ว่าจะเป็นความไม่สมมาตรของใบหน้าหรือความราบ การแสกนใบหน้าในหลายๆมุมแบบสามมิติจะสามารถช่วยคำนวนความสูงต่ำของส่วนต่างๆ รวมถึงสามารถแสดงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับหลังผ่าตัดด้วย

    ก่อนผ่าตัด :: แสดงผลลัพธ์เสมือนจริงอย่างแม่นยำด้วย 3D ซิมูเลชั่น
    ทำได้โดยการสแกนใบหน้าในหลายๆมุมและทำการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลจาก CT งจะช่วยในการวางแผนการผ่าตัดและแสดงผลจำลองความเปลี่ยนแปลงหลังจากผ่าตัดศัลยกรรมผ่านเทคโนโลยีซิมูเลชั่นได้
    หลังผ่าตัด :: เปรียบเทียบใบหน้า ก่อน-หลัง ผ่าตัดศัลยกรรม แบบสามมิติ
    เป็นการเปรียบเทียบใบหน้าก่อนและหลังการผ่าตัดศัลยกรรมโดยสามารถเห็นความแตกต่างได้แบบสามมิติ
  4. ตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด สามารถรู้ความผิดปกติของร่างกายล่วงหน้าได้
    เพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัด ก่อนผ่าตัดทางโรงพยาบาลศัลยกรรมเจเจจะมีการตรวจร่างกายเช่น การตรวจเลือด ตรวจ X-ray ทรวงอกและอื่นๆ เป็นการตรวจที่รวดเร็วและแม่นยำ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่มีอายุก็สามารถเช็คผลสุขภาพไปในตัวได้
  5. ใช้ยานอนหลับชนิดลึกในการผ่าตัด ดูแลตลอดการผ่าตัดโดยวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    ในการยกกระชับหน้าหลายชั้นจะเป็นการใช้ยานอนหลับชนิดลึก หรือยาสลบชนิดตื้น เพื่อดำเนินการผ่าตัด เป็นการดำเนินการอย่างปลอดภัยโดยการฉีดยาผ่าน เข้าเส้นเลือด เป็นยาที่ปราศจากสารอันตราย แต่เนื่องจากการตอบสนองของแต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป ถึงแม้จะให้ปริมาณยาในปริมาณที่พอดี แต่สำหรับผู้ป่วยที่เซนซิทิฟ อาจจะมีอาการหายใจลำบากได้ง่าย ในกรณีนี้สามารถบรรเทาได้โดยการใส่เครื่องช่วยหายใจ หรือใช้เป็นการวางยาสลบได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของวิสัญญีแพทย์
  6. การบำบัดด้วยออกซิเจน(Hyperbaric Oxygen therapy) เพื่อช่วยลดระยะการพักฟื้นและลดผลข้างเคียง
    เป็นการบำบัดด้วยออกซิเจนบริเวณแผลที่ผ่าตัดและผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้การพักฟื้นเร็วขึ้น และเป็นการลดอาการบวมหลังการผ่าตัดได้ด้วย
  7. โปรแกรมดูแลรอยแผลผ่าตัด Scar care program
    เทคโนโลยีการลบเลือนรอยแผลผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ลบรอยแผล การฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ หรือการฉีดยาเพื่อลดรอยแผลเป็น
การเลือกวิธีการยกกระชับในแต่ละเคส
คางหย่อนคล้อย ผิวหนังบริเวณแก้มหย่อนคล้อย ผิวหนังใบหน้าหย่อนคล้อยจากการทำศัลยกรรมโครงหน้า ได้ผลลัพธ์วีไลน์แค่ส่วนกระดูก
  1. ใบหน้ามีขนาดใหญ่กว่าตอนที่อายุยังน้อย (Bigger face than the previous young face)
    ในตอนที่เราอายุยังน้อยนั้น เนื้อเยื่อและองค์ประกอบอื่นๆ มีความยืดหยุ่นและกระชับ ทำให้ใบหน้าดูเล็กได้รูป แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะทำให้เนื้อเยื่อและเนื้อเยื่อโครงกระดูกค่อยๆหย่อนคล้อย โดยเนื้อเยื่อรอบๆไลน์โครงหน้าก็จะหย่อนคล้อยไปด้วยเช่นกัน จากที่ใบหน้าเคยเป็นเหมือนรูปไข่ v line เพราะผิวหนังที่หย่อนคล้อยก็สามารถเปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมได้ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาโครงกระดูก แต่เกิดจากเนื้อเยื่ออ่อน โดยผิวจะหย่อนคล้อยตามแนวโครงหน้า พอผิวหย่อนคล้อยอาจจะเป็นเหมือนขั้นบันไดหรืออาจจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ใหญ่ขึ้น การยกกระชับใบหน้าแบบหลายชั้นจะช่วยให้เนื้อเยื่อกระชับติดกับกระดูกมากขึ้น ทำให้ได้ผลลัพธ์ใบหน้าที่เล็กลงด้วย
  2. ผิวใบหน้าหย่อนคล้อยจากไขมันหรือฟิลเลอร์ที่ถูกเติมในปริมาณที่ไม่พอดี (Facial foreign body removal)
    ปกติแล้วเนื้อแก้มบริเวณโหนกแก้มนั้น ถ้าอายุเราเพิ่มขึ้นเนื้อแก้มก็จะค่อยๆตอบลงไป ในเคสนี้ไม่ใช่เพราะน้ำหนักที่ลดลงแต่เป็นเพราะเนื้อเยื่อบริเวณนั้น ได้หย่อนคล้อยลงมาข้างล่าง แต่ถ้าเป็นการเติมฟิลเลอร์ หรือไขมันในปริมาณที่ไม่พอดียิ่งจะทำให้อาการหย่อนคล้อยรุนแรงขึ้นไปอีก สามารถทำการกำจัดไขมันหรือฟิลเลอร์ส่วนเกินที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังกับชั้น SMAS ผ่านการกรีดในการศัลยกรรมยกกระชับโดยการกรีด
  3. หลังจากการศัลยกรรมโครงหน้าหรือขากรรไกรทำให้ผิวหย่อนคล้อย(Skin redundancy after facial bone surgery)
    ในการทำศัลยกรรมขากรรไกร ลดกราม หรือลดโหนกแก้ม เป็นผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระดูก ที่ให้ผลลัพธ์ใบหน้าเล็กลง การศัลยกรรมเหล่านี้ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและได้รับความนิยมทำกันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้ากระดูกได้ถูกลดในปริมาณที่เยอะเกินไป จะส่งผลให้ผิวหนังหย่อนคล้อย และไปบดบังผลลัพธ์ของการศัลยกรรมกระดูกเหล่านั้น การยกกระชับหน้าหลายชั้นจะช่วยแก้ไขในปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยจากการทำศัลยกรรมกระดูก โดยการแก้ไขเนื้อเยื่อจะสามารถแก้ไขได้มากกว่าการศัลยกรรมกระดูก หลังจากการแก้ไขแล้วก็จะเห็นผลลัพธ์การผ่าตัดขากรรไกร การผ่าตัดโครงหน้าชัดเจนขึ้น แต่ถ้าทำการผ่าตัดโครงหน้าและการยกกระชับหน้าโดยการกรีดพร้อมกัน สำหรับคนที่อายุเยอะ หลังจากผ่าตัดแล้วเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ จะสามารถเห็นได้ว่าใบหน้าเล็กลงมากๆ ซึ่งจะเป็นการทำศัลยกรรมใบหน้าวีไลน์ที่ผลลัพธ์จะออกมาแบบสมบูรณ์แบบที่สุด
  4. ผิวไลน์โครงหน้าและใต้คางมีความหย่อนคล้อย (Neck drooping)
    ส่วนกรามและส่วนใต้กรามติดกับคอนั้นจะมีขากรรไกรเชื่อมอยู่ซึ่งจะเป็นบริเวณที่เราขยับตลอดเวลา ส่วนใต้คางนั้นมีชั้นไขมันค่อนข้างเยอะ แต่ไม่มีส่วนไหนที่ติดกับกระดูกโดยตรงเลย ทำให้ผิวหนังส่วนนั้นหย่อนคล้อยได้ง่าย อีกทั้งชั้นเอ็นที่เชื่อมต่อกันกับชั้น SMAS ก็จะค่อยๆหย่อนคล้อยลง ทำให้เกิดริ้วรอยเพิ่มขึ้น ซึ่งในปัญหาส่วนนี้การยกกระชับหน้าแบบหลายชั้นก็สามารถช่วยแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ในกรณีของริ้วรอยในแนวนอน สามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้เพียงประมาณ 60 ~ 70%)
  5. ริ้วรอยร่องแก้ม(Nasolabial fold)
    รอยร่องแก้มจะอยู่บนแก้มระหว่างชั้นไขมันและชั้นกล้ามเนื้อ เป็นเส้นร่องผิวหนัง เวลายิ้มแม้ว่าจะเป็นคนที่อายุไม่เยอะก็สามารถเกิดร่องลึกนี้ขึ้นได้ ซึ่งถ้าเป็นวัยหนุ่มสาวไม่จำเป็นต้องได้รับการศัลยกรรมแก้ไขใดๆ แต่ถ้าอายุเยอะมากขึ้น เนื้อแก้มเริ่มหย่อนคล้อย จากที่เป็นริ้วรอยร่องแก้มบางๆcrease ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นริ้วรอยร่องแก้มที่ลึกขึ้น (fold) (ถ้ามองผิวเผินอาจจะเห็นว่าเป็นริ้วรอยเหมือนกัน แต่ creaseนั้นจะเป็นริ้วรอยตื้นๆ ส่วน fold จะเป็นริ้วรอยร่องแก้มที่ลึก) ในริ้วรอยร่องแก้ม fold นั้นจะอยู่ช่วงบนทำให้สามารถแก้ไขโดยการร้อยไหมได้ แต่ผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น ถ้าริ้วรอยลึกเกินไป จะต้องทำการแก้ไขโดยการยกกระชับหน้าโดยการกรีด เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อด้านในขึ้นใหม่ แต่ถึงแม้จะทำการแก้ไขโดยการยกกระชับหน้าโดยการกรีด ในส่วนของร่องแก้มนั้นเป็นส่วนที่ขยับอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งพื้นที่ระหว่างตาและจมูกมีพื้นที่จำกัด ทำให้พื้นที่ในการยกกระชับมีพื้นที่จำกัดไปด้วย ผลลัพธ์ในการยกกระชับใบหน้าที่ออกมา บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่เห็นผลลัพธ์น้อยที่สุด เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะดีกว่าถ้าแก้ไขด้วยการฉีดไขมันหรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากกว่า
  6. ผิวไลน์โครงหน้าที่หย่อนคล้อย (Jowl Effacement and Jawline straightening)
    ในเนื้อเยื่อของไลน์โครงหน้าจะมีลักษณะนุ่ม ในบริเวณนี้จะมีเอ็นในการยึดเนื้อเยื่ออยู่ ถ้าเกิดการหย่อนคล้อยแล้วร้อยไหมเพื่อแก้ไขผลลัพธ์จะออกมาดีแต่ส่วนของโครงหน้านั้นเป็นส่วนที่ขยับบ่อยครั้ง อีกทั้งเพราะมีเส้นเอ็นที่อยู่ต่ำกว่าบริเวณในการร้อยไหม ยิ่งจะทำให้เป็นการขัดขวางในการยกกระชับได้ และจะได้ผลลัพธ์การร้อยไหมที่สั้นมาก ในการทำการแก้ไขอาการหย่อนคล้อยในผิวหนังไลน์โครงหน้านั้น จำเป็นจะต้องทำการคลายเอ็นยึดก่อนเพื่อทำการยกกระชับ ถ้าอยากได้ผลลัพธ์การยกกระชับไลน์โครงหน้า แก้ม อย่างชัดเจนควรที่จะทำการยกกระชับโดยการกรีดเพราะจะเป็นการปรับโครงสร้างผิวหนังตั้งแต่ด้านในสู่ด้านนอก
  7. ใต้คางและคอ (Submentum and Neck)
    โดยส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อยู่ใต้คาง เวลากลืน เคี้ยวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขยับอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใต้คางนั้นบริเวณรอบๆจะประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่ค่อนข้างอ่อนและเซนซิทิฟอย่างมาก บริเวณผิวหนังที่คอจะไม่มีกระดูกให้ยึดติดทำให้มีอาการหย่อนคล้อยเร็วกว่าส่วนอื่น เมื่อก่อนการแก้ไขที่ง่ายคือการดูดไขมันใต้คางและทำการร้อยไหมเหมือนสร้อยคอเข้าไป แต่ถ้ากล้ามเนื้อคอplatysmaมีอาการหย่อนคล้อยไปด้วย จะทำให้ช่วงคอใต้คางรูปร่างเปลี่ยนไป แต่ถ้าถึงขั้นเป็น Turkey neck deformity (ภาวะผิวหนังใต้คางหย่อนคล้อยเป็นแนวตั้งฉาก) จะต้องทำการกรีดประมาณ 2-4cm เพื่อปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อช่วงคอ จะเป็นการแก้ไขที่ดี หรือสามารถทำพร้อมกันกับการยกกระชับหน้าโดยการกรีดได้
  8. คางแม่มด(ผิวบริเวณคางขรุขระ)(Saggy chin)
    ปกติแล้วปลายคางส่วนใหญ่จะประกอบด้วยกล้ามเนื้อและมีกระดูกที่ช่วยยึดอยู่ ชั้นกล้ามเนื้อจะมีลักษณะแข็งกว่าชั้นไขมันทำให้การหย่อนคล้อยเนื่องจากอายุที่เยอะขึ้นค่อนข้างเกิดขึ้นได้ช้า ในเคสเกี่ยวกับปลายคางนั้น กระดูกปลายคางไม่ได้อยู่ด้านบนหรือด้านล่างของคาง แต่จะอยู่บริเวณข้างหน้าของคาง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีเท่าไหร่ ในไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการนิยมการปรับรูปคางโดยการฉีดฟิลเลอร์หรือการฉีดไขมันเข้าไป ซึ่งการฉีดสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผิวปลายคางหย่อนคล้อยได้แม้กับคนที่อายุไม่เยอะก็ตาม ในเคสนี้สามารถแก้ไขได้โดยการยกกระชับหน้าโดยการกรีดได้ แต่ในเคสที่ค่อนข้างรุนแรง จะต้องทำการกำจัดสารแปลกปลอมออกก่อนและจึงค่อยยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อขึ้น แต่อาจจะต้องมีการผ่าตัดปรับเปลี่ยนรูปคางหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
การยกกระชับโดยการกรีดแบบถาวร vs การร้อยไหมเอ็นลาสติกกุม
การยกกระชับหน้าถาวร VS ร้อยไหมเอ็นลาสติกกุม
2-3 ชม เวลาผ่าตัด ประมาณ 1 ชม
5-7 วัน วันพักฟื้น 2วัน
ไรผมหน้าหู, รอบๆหู รอยแผล ไม่มี
5-7ปี ระยะเวลาของผลลัพท์ ไหมละลายทั่วไป: ประมาณ 1 ปี
ไหมเอ็นลาสติกกุม: 2-3 ปี
ทำให้คอ ไลน์โครงหน้า
ริ้วรอยต่างๆ กระชับขึ้น

ริ้วรอยมุมปาก คอ มีขีดจำกัด แต่ออกมาน่าพอใจ
ให้ผลลัพท์ที่ดีกว่าการร้อยไหม ถึง 50%
ผลที่ได้รับ ไม่ได้ให้ผลลัพท์พร้อมๆกันทุกจุด

แต่ถ้าทำเป็นจุดๆไปผลลัพท์จะออกมาดี
ขีดจำกัดในการร้อยไหม
  1. ได้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างจำกัด
    ช่วงหน้าผาก ช่วงขมับ จะเป็นบริเวณที่มีเนื้อเยื่อที่แข็ง ซึ่งในการร้อยไหมจึงเป็นการดึงส่วนล่างขึ้นมาส่วนบน ส่วนบนจะได้ผลลัพธ์ที่กระชับขึ้นมากกว่า แต่ในช่วงล่างใบหน้านั้น มุมปาก โครงหน้า jawline แก้ม jowl ผลลัพธ์การร้อยไหมค่อนข้างจะอ่อน เนื้อเยื่ออ่อนใบหน้าจะมีเอ็นยึดติดกับกระดูกในบางส่วน ในระหว่างส่วนที่ยึดนั้นจะมีลักษณะเป็นช่องๆประกอบอยู่ โดยช่องว่างเหล่านี้ก็จะค่อยๆหย่อนคล้อยลงมาอีกด้วย ซึ่งการร้อยไหมช่วงบนสามารถดึงได้โดยง่าย ส่วนช่วงล่างนั้นค่อนข้างไกลกับส่วนขมับและยังมีเอ็นมาขั้นกลางรอยต่อด้วย ซึ่งเอ็นตัวนี้จะเป็นตัวขวางแรงดึงของไหม ผลลัพธ์ที่ได้ก็ค่อนข้างที่จะไม่สมบูรณ์
    이미지 준비중
  2. ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างสั้น Limited Longevity
    เนื้อเยื่อของมนุษย์ไม่ได้มีลักษณะแข็งอย่างเดียว และจะมีลักษณะเป็นส่วนที่แข็งและเหลวผสมกัน จะทำให้การรวมกันของไหมและเนื้อเยื่อจะไม่เสถียรซึ่งกันและกัน ซึ่งการแสดงสีหน้า หรือการพูด จะทำให้ไหมหย่อนคล้อยได้ เนื่องจากการยึดไหมกับเนื้อเยื่อไม่ได้ให้ความหนาแน่นเท่าที่ควร ไหมจะสามารถหย่อนคล้อยได้จากปัจจัยในชีวิตประจำวันได้ เช่นการนวดหน้าแรงๆ หรือการกระทำบนใบหน้าอื่นๆ
  3. ความรู้สึกที่แปลกปลอม Foreign body sensation
    이미지 준비중
    การร้อยไหมเป็นการศัลยกรรมที่ต้องใช้ไหมออกแรงดึงเนื้อเยื่อ ทำให้เส้นไหมต้องมีลักษณะเหมือนหนามยื่นออกมาด้านข้างเพื่อเกาะติดเนื้อเยื่อ และจะต้องมีความหนาแน่นและคมเพื่อแก้ไขเนื้อเยื่อ ไหมที่มีความหนาแน่นและคมเช่นนี้ ถ้าเข้าไปในเนื้อเยื่อที่มีลักษณะอ่อน ย่อมจะทำให้เกิดความรู้สึกที่แปลก อาการเจ็บขึ้นได้ ถ้ามีอาการที่รุนแรง อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
  4. ผิวไม่สม่ำเสมอและมีรอยบุ๋มSuperficial irregularity and dimples
    เวลาที่ไหมดึงเนื้อเยื่อ รอบๆบริเวณที่ใกล้กันกับไหมจะได้รับแรงดึงเยอะกว่าบริเวณอื่น บริเวณที่อยู่ไกลกับไหมจะได้รับแรงดึงที่น้อยกว่า เป็นการยากที่จะกระจายแรงไหมทุกส่วนได้เท่ากัน เส้นไหมมีลักษณะคม และมีลักษณะเหมือนหนามยื่นออกมา เวลาที่ต้องดึงไหมไปข้างๆ ถ้าดึงในลักษณะที่แรงเกินไป จะทำให้ผิวขรุขระและเกิดรอยบุ๋มขึ้นได้
โดยทั่วไปแล้วการปรับโครงสร้างของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ ควรที่จะได้รับการฟื้นฟูแก้ไขในปริมาณที่ผลลัพธ์ที่ธรรมชาติและชัดเจน การร้อยไหมนั้นไม่ใช่การกำจัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกไป แต่เป็นการร้อยไหมเข้าไปในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ ส่วนมากจะไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรง แต่จะมีผลข้างเคียงเล็กๆคือรู้สึกไม่สบายบนใบหน้า ผลข้างเคียงนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกการผ่าตัด
การยกกระชับถารวร(ยกกระชับหลายชั้น) vs การยกกระชับแค่ชั้นผิวหนัง
ถ้าทำการยกกระชับแค่เพียงชั้นผิวหนัง มันก็จะออกมาเหมือนกับถุงพลาสติกที่หุ้มน้ำเอาไว้ ผลลัพท์จะออกมาไม่ดีเท่าไหร่ การกรีดรอยแผลเพื่อยกกระชับ รอยแผลอาจจะออกมาลึก และชัดเจนได้
이미지 준비중
(ถ้าทำการยกกระชับแค่เพียงชั้นผิวหนัง ไม่ได้ดึงทุกชั้นขึ้นไป การกรีดรอยแผลเพื่อยกกระชับ รอยแผลจะออกมาลึก และชัดเจน)
SMAS superficial muscuclar aponeurotic systemคือพื้นที่ชั้นกล้ามเนื้อต่างๆ ของใบหน้า
โดยการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าจะทำการผ่าตัดโดยอิงระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเป็นตัวหลักเพื่อความเป็นธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่ร่างกายของเรามีชั้นไขมันอยู่ใต้ผิวหนังเพื่อปกป้องชั้นกล้ามเนื้อและมีอวัยวะที่สำคัญในชั้นลึกลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามใบหน้าของเราจะประกอบด้วยกล้ามเนื้อบางๆและชั้นไขมันในชั้นล่างของผิว รวมไปถึงเนื้อเยื่ออ่อน ซึ่งเราเรียกว่าชั้นเหล่านี้ว่าชั้น SMAS ชั้น SMAS ประกอบด้วยเอ็นและชั้นไขมันส่วนหนึ่ง มีส่วนเชื่อมโยงกับกล้ามเนื้อบนใบหน้าและเป็นตัวที่ช่วยแสดงการเคลื่อนไหวของใบหน้า อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างวอลลุ่มของผิวส่วนล่างเกือบทั้งหมดอีกด้วย การที่อายุเริ่มมากขึ้นจะทำให้แรงโน้มถ่วมของผิวน้อยลง และจะทำให้ผิวหย่อนคล้อยในลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัวของชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นหลักของเนื้อเยื่ออ่อนใต้ผิว(ริ้วรอยที่เกิดขึ้น ผิวหนังที่หย่อนคล้อยเป็นเรื่องธรรมชาติ การแก้ไขจึงเป็นส่วนสำคัญ) การยกกระชับจะช่วยแก้ไขบริเวณที่หย่อนคล้อย หรือ บริเวณที่มีริ้วรอยให้ผิวกลับมากระชับอีกครั้ง

ต้องทำการคลายปมเส้นเอ็นถาวร retaining ligament จะทำให้แก้ไขริ้วรอยได้อย่างดี ในส่วน ไขมัน ผิวหนัง
ชั้นกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า ส่วนที่จะได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดคือเนื้อเยื่อกระดูกโหนกแก้มด้านล่าง ส่วนนี้ไม่ใช่เนื้อเยื่ออ่อนธรรมดา แต่มันคือเนื้อเยื่อเอ็นคอลลาเจนความหนาแน่นสูง ซี่งเอ็นเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่ออ่อนนี้ โดยยึดติดกับกระดูกของใบหน้า เราเรียกว่าเอ็นถาวร ในส่วนของเนื้อเยื่อทั้งหมดถ้าเราไม่คลายเส้นเอ็นถาวรตัวนี้ จะทำให้การแก้ไขออกมาไม่สมบูรณ์ ในการใช้ไหมยกกระชับจะไม่สามารถคลายปมเอ็นตัวนี้ได้ (ยกเว้นการยกกระชับโดยการกรีดสามารถแก้ไขตัวนี้ได้) ถ้าใช้การยกกระชับโดยการร้อยไหม ดึงบริเวณล่างของใบหน้าเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ก็จะหย่อนคล้อยลง เป็นการแก้ไขที่ไม่สามารถทำได้(แต่วิธีนี้จะช่วยลดริ้วรอยร่องแก้ม หรือ ริ้วรอยที่ไม่ลึกมาก)

"ผิวหนัง+ชั้นสมาร์ท+ผนังของผิวหนัง ต้องทำการดึงไปพร้อมกัน จึงจะดีที่สุด!"

ในกรณีที่ ดึงแค่ชั้นผิวหนัง

การหดตัวของผนังผิวจะทำให้ผิวหย่อนคล้อยลงด้วย
ในกรณีที่ ดึงผิวหนัง+ชั้นสมาร์ท+ผนังของผิวหนัง ด้วยกัน

เป็นการยกกระชับที่ผลลัพท์ออกมาเชื่อถือได้
ในการยกกระชับแบบถาวรจะเป็นการยกกระชับจากชั้น SMAS โดยจะเป็นในรูปแบบของสามเหลี่ยมด้านในกลับออกมาจากชั้นผิว เมื่อการลดริ้วรอยเสร็จสมบูรณ์ แรงกดดันจะลดลง และให้ผลลัพท์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่นานขึ้น
รอยกรีดแผลจากการยกกระชับ
รอยกรีดแผลจากการยกกระชับจะแตกต่างกันออกไป ตามบริเวณที่ทำการยกกระชับ แต่แผลส่วนมากจะอยู่ที่บริเวณ ไรผม หู บริเวณที่มองไม่ค่อยเห็น
ถ้าต้องการแก้ไขยกกระชับในส่วนบริเวณไลน์โครงหน้า รอยย่นร่องแก้ม ในส่วนด้านหน้าต้องทำการยกกระชับหน้ามินิ(miniface lifting) แต่ถ้าเป็นการยกกระชับโครงหน้า จนถึงคอ รอยกรีดแผลจะอยู่ข้างหลังหู เพื่อเลี่ยงให้มองไม่เห็น เราเรียกการยกกระชับนี้ว่า การยกกระชับแบบซ่อนแผล (hidden facelift).
รอยแผลของการยกกระชับแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป

มินิลิฟติ้ง(short scar lift)
เป็นการยกกระชับใบหน้าอย่างเดียว

ฮิเดินลิฟติ้ง(hidden lift)
เป็นการยกกระชับไลน์โครงหน้ากับคอในครั้งเดียว

การลิฟติ้งแบบถาวร รวมไปถึงชั้นสมาร์ท(full facelift + neck lift)
เป็นการยกกระชับทั้งหมด ทั้งใบหน้า ไลน์โครงหน้า และลำคอ
เส้นประสาทบนใบหน้า
สิ่งที่สำคัญในการยกกระชับใบหน้าคือการระมัดระวังเส้นประสาทบนใบหน้า เพราะความไม่ชำนาญในการยกกระชับ แบบกรีด คุณหมอหลายๆ ท่าน จึงเลือกที่จะแนะนำการร้อยไหม หรือ วิธีการยกกระชับแบบอื่น ที่ง่ายกว่า แต่ผลลัพท์จะออกมาไม่ดีเท่าไหร่ เพราะเส้นประสาทบนใบหน้าจะอยู่ใต้ชั้น SMAS ซึ่งการร้อยไหม หรือการยกกระชับโดยวิธีง่ายๆ จะเป็นการผ่าตัดที่ไม่เกี่ยวกันกับเส้นประสาทแต่อย่างใด



[ การยกกระชับคอ (Neck lifting) ]
โดยเราเรียกว่าการศัลยกรรมยกกระชับคอ (platysmaplasty) หรือ  การผ่าตัดเพื่อกำจัดผิวหนังส่วนเกิน  (cervicoplasty)

ในบริเวณไลน์โครงหน้า และคอที่เหี่ยวย่น จะทำให้เราดูมีอายุมากขึ้น การยกกระชับนี้จะช่วยให้ผิวหนังตรงโครงหน้าเรียบตึง+ผิวตรงคอ ดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย ถ้าหากทำร่วมกันกับการเอาไขมันออก หรือ การยกกระชับหน้าด้วย จะยิ่งทำให้อ่อนเยาว์เพิ่มมากขึ้น












※ ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเช่น อาการเลือดคลั่ง การติดเชื้อ การอักเสบ หรือภาวะอื่นๆ สามารถเกิดขึ้นได้โดยแตกต่างไปแต่ละบุคคล อีกทั้งผลลัพธ์การผ่าตัดก็จะแตกต่างไปแต่ละบุคคลด้วย
ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะมีอยู่ทั่วบริเวณลำคอ โดยจะไขมันใต้ผิวหนังปกติแล้วจะครอบคลุม ทั้งหมดตั้งแต่ไลน์โครงหน้าจนมาถึงลำคอ ซึ่งในกรณีที่ผิวหนังเหี่ยวย่น ควรที่จะได้รับการแก้ไขตามอาการแต่ละเคสนั้นๆ
  • การแก้ไขตกแต่งศัลยกรรมคอ โดนการกรีดข้างล่างคาง
  • การยกกระชับถาวร
  • การดูดไขมันใต้คาง
  • การร้อยไหมเอ็นลาสติกคุม+การยกกระชับโดยเลเซอร์ Accusculpt
คนที่ควรรับการผ่าตัดยกกระชับคอ
  1. คนที่รู้สึกว่าผิวหนังตรงส่วนคอ ไขมัน กล้ามเนื้อตรงคอมีความหย่อนคล้อย
  2. คนที่รู้สึกว่าไขมันที่คอเยอะเกินไป
  3. คนที่อยากให้โครงหน้าดูชัดเจนขึ้น
  4. คนที่รู้สึกว่าคอมีริ้วรอยเยอะเกินไป
การยกกระชับโดยการกรีด : 1ยกกระชับคอโดยการกรีดใต้คาง & การยกกระชับคอทั้งหมด
วิธีการผ่าตัด
ในการผ่าตัดแต่ละชนิด วิธีรวมไปถึงรอยกรีดแผลก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย แต่ในการผ่าตัดยกกระชับคอนั้น รอยแผลกรีดจะอยู่ในที่ ที่มองไม่เห็นได้ง่าย เช่น ข้างหลังหู หรือ ใต้คาง ซึ่งรอยแผลกรีดจะมองเห็นไม่ชัดเจน

การยกกระชับคอทั้งหมด
รอยแผลกรีดจะอยู่บริเวณใต้คางและหลังหู

การยกกระชับคอโดยการกรีดใต้คาง
แผลจะอยู่ใต้คางมีขนาด3เซ็นติเมตร
จะทำการผ่าตัดโดยการกำจัดไขมันส่วนเกิน และผิวที่หย่อนคล้อยออก พร้อมทั้งเกลี่ยผิวหนังให้เรียบเนียน หลังจากนั้นทำการเย็บปิดกล้ามเนื้อคอ และตกแต่งไลน์คอ ไลน์โครงหน้าให้ออกมาสวยงาม
ระยะเวลาผลลัพท์หลังการผ่าตัด
ถ้าหลังจากการรับการผ่าตัดแล้ว คนไข้ไม่ได้น้ำหนักขึ้น หรือ เกิดอาการผิดปกติที่ผิว จากการเกิดโรคต่างๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผลลัพท์จะอยู่ได้นาน 5-7ปี
การดูดไขมันใต้คาง
เมื่อมองจากด้านข้าง หน้าหน้า แล้วไขมันดูหย่อนคล้อย แล้วเวลามองด้านหน้าเห็นโครงหน้าได้ไม่ชัด การเอาดูดไขมันใต้คางจะช่วยแก้ไขทำให้ไลน์โครงหน้าชัดเจนชึ้น ทำให้บริเวณคอ ดูลึกขึ้น มีไลน์ที่ชัดเจน
ร้อยไหมเอ็นลาสติกกุมและการเอาไขมันออกด้วยเลเซอร์อัคคู
ไขมันที่อยู่บริเวณใต้คาง หรือ รอบๆ คอ จะถูกกำจัดด้วยเลเซอร์อักคูโปร หลังจากเอาไขมันออก จะทำการร้อยไหมเอ็นลาสติกคุมเข้าไป ซึ่งผลลัพท์จะออกมาดีกว่าการดูดไขมันออกแค่อย่างเดียว
ไหมเอ็นลาสติกคุม
เป็นไหมที่ทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพท์ที่ดีและยาวนานกว่าการร้อยไหม ปกติทั่วไป ซึ่งเวลาขยับใบหน้า ยังให้ความเป็นธรรมชาติอีกด้วย
ถ้าทำแค่ดูดไขมันผลลัพท์จะออกมาดีไหม?
ถ้าผิวที่มีไขมันสะสมเยอะ แต่ไม่ถึงขั้นหย่อนคล้อยมาก แค่ดูดไขมัน ผลลัพท์ก็จะออกมาดีเช่นกัน
แต่ถ้าผิวหย่อนคล้อยมาก ควรที่จะได้รับการร้อยไหมเอ็นลาสติกคุมเข้าร่วมด้วย

โดยทีมแพทย์ รพ.เจเจ จะเลือกวิธีที่ผ่าตัดที่ให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน
quick menu open

  • เวลาทำการ

    วันธรรมดา
    09:30~19:00
    อังคารและวันพฤหัสบดี
    09:30~20:00(บำรุงกลางคืน)
    วันเสาร์
    09:30~16:30